เรื่องน่ารู้สำหรับคนชอบ แต่งรถ !!
วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรารู้จัก คุ้นเคยกันอย่างดีครับในบรรดาวัยโจ๋เเต่งรถทั้งหลาย นั่นก็คือ สเกิ๊ต เเละสปอย์เลอร์ ครับ มีใครไม่รู้จักมั้ยครับ อุปกรณ์ชนิดนี้เเละมีใครพอจะรู้บ้างมั้ยครับ ว่าเค้ามีไว้เพื่ออะไรครับ มันทำหน้าที่อะไร เเล้วทำไมเราต้องเอามันมาติดที่รถยนต์ของเราด้วย บางคนอาจจะคิดว่าติดไว้เท่ๆ เท่านั้นเอง ผมคิดว่าก็มีทั้งคนที่รู้เเละไม่รู้ใช่มั้ยครับงั้นวันนี้เราจะได้รู้กัน ครับ ขอให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องของ อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ ครับ
อากาศพลศาสตร์ของ ยานยนต์ (Vehicle Aerodynamics) เป็นเรื่องที่ว่าด้วย การเคลื่อนไหวของอากาศผ่านรถยนต์ของเราครับ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องของ การเคลื่อนที่ของอากาศผ่านรถยนต์
ในเวลาที่เราขับรถยนต์นะครับ รถยนต์ของเราจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่เราควบคุมในขณะที่รถยนต์ของเรา เคลื่อนที่นั้น จะมีอากาศที่ไหลผ่านมาปะทะที่รถยนต์ของเราครับ เนื่องจากอากาศที่ไหลผ่านหลังคารถยนต์มีความเร็วสูงกว่าอากาศที่ไหลผ่านใต้ ท้องรถยนต์ครับ ดังนั้นอากาศเหนือหลังคารถจึงมีความดันต่ำกว่าอากาศใต้ท้องรถ ครับ ความเเตกต่างของความดันนี้ทำให้เกิด เเรงยก (Lift) เเละการหมุนวนของอากาศขึ้น (Vortex) ครับ การหมุนวนของอากาศที่เกิดขึ้นที่ส่วนท้ายของรถยนต์ จะเกิดเป็น 2 บริเวณ ทั้งด้านซ้ายเเละด้านขวาของรถยนต์ครับ เเละ อากาศที่หมุนวนนี้เองที่ทำให้เกิดเเรงต้านการเคลื่อนที่ของรถยนต์ของเราครับ พูดง่ายๆก็คือ มันจะทำให้รถยนต์ของเราวิ่งได้ช้าลงไงครับ คือไม่สามารถทำความเร็วได้เต็มที่ ครับ
พอจะเห็นภาพบ้างมั้ยครับ คราวนี้เราลองมาทำความเข้าใจกับคำว่า เเรงต้าน , เเรงยก เเละ เเรงกด กันครับ ในขณะที่รถยนต์ของเรากำลังวิ่งอยู่บนถนน หรือกำลังเเข่งกันอยู่ ก็ได้นะครับ รถยนต์ของเราจะถูกกระทำด้วยเเรงต้าน เเละ เเรงยก ของอากาศครับ ( เเรงต้าน หมายถึง เเรงที่พยายามต้านการเคลื่อนที่ของรถยนต์ ครับ เเละ เเรงยกหมายถึง เเรงที่พยายามที่จะยก หรือดันให้รถยนต์ของเราลอยตัวขึ้นครับ ) เเรงต้านมากนอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เเล้ว ยังทำให้สามารถกลายเป็นผู้เเพ้ในสนามเเข่งได้อีกด้วย ในส่วนของเเรงยกของอากาศนั้น ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่ครับ ก็จะมีผลทำให้ การยึดเกาะถนนของยางลดลง ทำให้รถยนต์ของเราทรงตัวไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเลี้ยวโค้งด้วยอัตราเร็วสูง รถยนต์ของเราอาจจะลื่นไถลเเละเสียหลักได้ครับ
1 ) เเรงต้านทีผิวสัมผัส มีสาเหตุมาจากความเสียดทานที่ผิวสัมผัสระหว่างอากาศกับพื้นผิวที่อากาศ สัมผัส
2 ) เเรงต้านความดัน มีสาเหตุมาจาก ความเเตกต่างของความดันที่กระจายบนพื้นผิวที่อากาศสัมผัส ครับ
1 ) ล้อ ห้องเกียร์ เเละระบบกันสะเทือนซึ่งอยู่ใต้ท้องรถยนต์
2 ) การไหลของอากาศผ่านรถยนต์
3 ) ผิวหน้าที่ไม่ราบเรียบของรถยนต์ เช่น ขอบคิ้วต่างๆ ของประตู เเละ กระจกข้าง กระจกหน้าต่างของรถยนต์ เเละ อุปกรณ์เสริมต่างๆที่ติดตั้งที่ตัวถังรถยนต์
4 ) การเปิดกระจกหน้าต่างรถยนต์ในขณะขับขี่จะทำให้สูญเสียโมเมนตัมการไหลของ อากาศทำให้เกิดเเรงต้านเพิ่มขึ้นครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับความรู้เรื่อง ของการใส่ สเกิ๊ตเเละสปอย์เลอร์ การที่เราจะติดตั้ง สเกิ๊ตเเละสปอย์เลอร์ นั้น ถ้านอกเหนือจากการติดตั้งเพื่อความสวยงามของตัวรถเเล้ว ถ้าเราต้องการสมรรถนะเเละประสิทธิภาพของรถยนต์เเล้ว จำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องมีความรู้เรื่องดังกล่าวจึงจะสามารถปรับเเต่งรถยนต์ของเราได้อย่าง ถูกต้องเเละตามความเหมาะสมครับ
รถยนต์ที่ได้รับการปรับเเต่งมาเเบบผิดๆ นอกจากเจ้าของรถจะถูกหลอกเเล้วก็ยังมีความเชื่อเเบบผิดๆ ตามไปด้วย เเละผลที่ตามมาก็คือ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับรถยนต์ของเราเเล้ว ยังเป็นการเพิ่มเเรงต้านของอากาศอีกด้วย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช้เหตุ ครับ เพราะว่ารูปทรงของรถยนต์เเต่ละรุ่นเเต่ละยี่ห้อนั่นต่างกันครับ เเรงต้านอากาศที่กระทำกับรถยนต์เเต่ละรุ่นเเต่ละยี่ห้อนั่นก็ต่างกันครับ เพราะฉะนั้นการติดตั้ง สปอย์เลอร์ ต้องดูให้เหมาะกับรูปทรงของรถยนต์เเต่ละรุ่นด้วยครับ เเละ สปอย์เลอร์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีเเรงกดของอากาศจากด้านท้าย รถยนต์ที่เพียงพอ เเละการที่จะได้มาด้วยเเรงกดอันมหาศาลนั้นก็ต้องมีปัจจัยอย่างนึงมาเกี่ยว ข้องครับนั่นก็คือ ความเร็วของรถยนต์ ครับ ถ้าเราขับรถยนต์ไม่ได้ความเร็วที่เหมาะสมเเล้ว สปอย์เลอร์ก็จะไม่ทำหน้าที่อะไรเลย นอกจากติดไว้เท่ๆเท่านั่น เพราะเเรงกดอากาศไม่เพียงพอ ความเร็วที่มากพอที่จะทำให้สปอย์เลอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นผมคง ไม่สามารถบอกได้ เพราะสปอยเลอร์เเต่ละเเบบไม่เหมือนกัน รูปทรงรถยนต์เเต่ละรุ่นก็ไม่เหมือนกัน เเต่คิดว่าคงต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 150 km/h สปอย์เลอร์ถึงจะเริ่มทำงานเเละสร้างเเรงกดให้กับรถยนต์ของเราได้ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น